ความภาคภูมิใจที่ขาดหายไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะชายที่ชื่อ มูรินโญ่

14 ธ.ค.

ขึ้นชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่าแฟนๆ
ของสโมสรคงคุ้นเคยกันดีว่านี่คือทีมระดับท็อปของยุโรปที่พร้อมต่อกรกับใครก็ได้
อาจมีชนะบ้างแพ้บ้าง แต่ก็เป็นการต่อสู้ในระดับเดียวกัน

กระทั่งในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไป อันที่จริงมันก็อาจจะเปลี่ยนมานานแล้ว
แต่มันเป็นครั้งที่ทำให้ทุกคนได้เห็นชัดกระจ่างแจ้งว่าตอนนี้สถานะของทีมปีศาจแ
ดงนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ตลอด 45 นาทีแรกของการแข่งขันเป็น ยูเวนตุส ที่เข้าทำอยู่ฝ่ายเดียว
เล่นราวกับว่านั่นคือสนามเหย้าของพวกเขา ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด
เป็นเพียงแค่ทีมเยือนที่ตั้งใจมาเล่นเกมรัดกุมเพียงเพื่อคว้าผลเสมอกลับออกไปเท่า
นั้น นี่คือสิ่งที่ทำให้ใครๆ ต่างก็รับไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอดีตนักเตะของทีมที่เคยสัมผัสกับความภาคภูมิใจและความยิ่งใ
หญ่ของสโมสรมาก่อน

“ทีมที่ได้เล่นในบ้านตัวเอง แต่กลับทำเหมือนกับว่าเป็นทีมเยือน
ผมคงจะช็อกมากเลยถ้าหากว่านั้นเป็นแท็กติกที่พวกเขาถูกสั่งให้เล่น”
นี่คือคำพูดที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้กล่าวเอาไว้หลังจบเกมดังกล่าว
ซึ่งใครก็ตามที่มีโอกาสได้รับชมก็คงจะเห็นด้วยกับเขา ถ้าตัดภาพบรรยากาศรอบๆ
สนามออกไป บางคนอาจจะคิดว่ากำลังเตะกันอยู่ที่ตูรินด้วยซ้ำ

และสิ่งที่รับไม่ได้อย่างยิ่งสำหรับแฟนๆ
ปีศาจแดงที่คุ้นเคยกับสิ่งที่ทีมของพวกเขาเคยเป็นมาก่อน
ก็คือบทสัมภาษณ์หลังจบเกมของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่
ที่ออกแนวยอมรับสภาพไปแล้วว่าอยู่คนละระดับกับ ยูเวนตุส
ทั้งที่เขาเองก็เคยได้รับการสนับสนุนให้ซื้อนักเตะแพงๆ เข้าสู่ทีม
แต่กลับเอาเรื่องนี้มาบ่นอีกรอบ

“เราเจอกับหนึ่งในทีมเต็งของ แชมเปี้ยนส์ ลีก
และเราก็ทำกันได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว
ตั้งแต่ที่เราได้ผลเสมอมาก่อนหน้านี้ เราก็รู้แล้วว่ามันจะเป็นการต่อสู้กันของเรากับ
บาเลนเซีย เพื่อแย่งชิงอันดับที่ 2 เราอยู่คนละระดับกับ ยูเวนตุส
พวกเขาเป็นแชมป์ลีกมา 7 สมัยติดต่อกัน อีกทั้งยังเข้าชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 2
ครั้งในรอบ 4 ปีหลังอีกด้วย และดูเหมือนว่าพวกเขายังต้องการอะไรมากกว่านี้อีก”
มูรินโญ่ กล่าว

“การที่เราจะก้าวไปสู่ระดับเดียวกับ ยูเวนตุส หรือว่าจะเป็น บาร์เซโลน่า, เรอัล
มาดริด, แมนฯ ซิตี้ จะทำอะไรได้ล่ะ? มันไม่ได้ง่ายเลย
เพราะว่าการจะซื้อนักเตะระดับนั้น ส่วนใหญ่พวกเขาก็มีทีมระดับท็อปเล่นอยู่แล้ว
เราเองก็คงต้องใช้นักเตะเท่าที่มีอยู่กันไป แล้วพยายามพัฒนาให้ดีขึ้น”

นี่แหละคือบทสัมภาษณ์ที่ไร้ซึ่งความทะนงตน ทำให้ความภาคภูมิใจของ แมนฯ
ยูไนเต็ด ที่สั่งสมกันมาต้องมลายหายไป เพียงเพราะชายที่ชื่อว่า มูรินโญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *